วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับตัวเลขอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Ordinal Numbers หรือเลขลำดับที่ครับ เราใช้ตัวเลขกลุ่มนี้ในหลายสถานการณ์ เช่น การบอกวันที่ การบอกลำดับที่ในแถว หรือแม้แต่การบอกชั้นของตึกครับ
ความแตกต่างที่ต้องจำ
- เลขนับ (1, 2, 3): ใช้บอกจำนวน เช่น มีปากกา 3 ด้าม (Three pens)
- เลขลำดับ (1st, 2nd, 3rd): ใช้บอกตำแหน่ง เช่น ฉันสอบได้ที่ 1 (1st place) หรือ วันที่ 1 (1st January)
เลขลำดับที่ 1-10 ที่พบบ่อยที่สุด
1st = First (ที่หนึ่ง)
2nd = Second (ที่สอง)
3rd = Third (ที่สาม)
4th = Fourth (ที่สี่)
5th = Fifth (ที่ห้า)
6th = Sixth (ที่หก)
7th = Seventh (ที่เจ็ด)
8th = Eighth (ที่แปด)
9th = Ninth (ที่เก้า)
10th = Tenth (ที่สิบ)
ข้อสังเกต เลข 1, 2 และ 3 จะมีชื่อเรียกพิเศษและตัวย่อพิเศษ (st, nd, rd) ส่วนเลขอื่นๆ ส่วนใหญ่จะลงท้ายด้วย th ครับ แต่ต้องระวังการสะกดคำว่า Fifth (5th) และ Ninth (9th) ให้ดีนะครับ
การนำไปใช้บอกวันที่ เมื่อเราต้องการบอกวันที่ เราจะวางเลขลำดับที่ไว้หลังเดือนครับ เช่น
- January 1st (วันที่ 1 มกราคม)
- April 13th (วันที่ 13 เมษายน)
- December 25th (วันที่ 25 ธันวาคม)
ลองสังเกตดูนะครับว่าเวลาเจ้าของภาษาพูดวันที่ เขาจะไม่ได้พูดแค่ตัวเลขลอยๆ แต่เขาจะออกเสียงท้ายคำตามลำดับที่เสมอ ซึ่งจะทำให้การสื่อสารของเราดูเป็นมืออาชีพขึ้นมากครับ
📝 Workshop: ฝึกใช้เลขลำดับที่ให้ถูกต้อง
ผมเตรียมแบบฝึกหัดมาให้ลองเลือกตัวย่อและชื่อเรียกเลขลำดับที่ให้ถูกต้องครับ มาลองทดสอบกันดูนะครับ
🥇 Ordinal Numbers Challenge
เลือกตัวย่อหรือชื่อเรียกเลขลำดับที่ให้ถูกต้องนะครับ
