ในภาษาอังกฤษ กริยาไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกการกระทำเพียงอย่างเดียว แต่ยังแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามลักษณะของมันครับ
1. Active Verbs (กริยาแสดงอาการ)
คือคำกริยาที่แสดงถึงการกระทำที่เห็นได้ชัดเจน มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด สามารถใช้ในรูป Continuous (เติม -ing) ได้ทั้งหมดเพื่อบอกว่ากำลังทำสิ่งนั้นอยู่
- ตัวอย่างคำ run, eat, read, sleep, cook, drive
- ตัวอย่างประโยค I am eating lunch right now. (ผมกำลังกินมื้อเที่ยง)
2. Stative Verbs (กริยาแสดงสภาวะ)
คือคำกริยาที่บอกถึงสภาวะ ความรู้สึก นึกคิด หรือความเป็นเจ้าของ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว กฎสำคัญคือห้ามใช้ในรูป Continuous (ห้ามเติม -ing) แม้จะกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ก็ตาม โดยแบ่งกลุ่มที่พบบ่อยได้ดังนี้ครับ
* ลิงก์ไปยัง Lazada — ราคาและโปรโมชั่นอาจเปลี่ยนแปลงได้
- กลุ่มความคิดและสติปัญญา believe, know, understand, remember, forget
- ถูกต้อง I understand the lesson.
- ผิด I am understanding the lesson.
- กลุ่มความรู้สึกและอารมณ์ love, hate, like, prefer, want, need
- ถูกต้อง I love coffee.
- ผิด I am loving coffee. (ยกเว้นในสโลแกนโฆษณาที่จงใจใช้ผิดหลักไวยากรณ์เพื่อการเน้นย้ำ)
- กลุ่มการแสดงความเป็นเจ้าของ have, own, belong, possess
- ถูกต้อง This car belongs to me.
- ผิด This car is belonging to me.
- กลุ่มประสาทสัมผัส see, hear, smell, taste, seem
- ถูกต้อง It seems like a good idea.
3. คำที่มีสองความหมาย (Double Meaning)
มีกริยาบางคำที่สามารถเป็นได้ทั้งสองประเภท ขึ้นอยู่กับบริบทและความหมายในขณะนั้นครับ
- Think
- Stative I think you are right. (เชื่อ/มีความเห็น)
- Active I am thinking about my future. (กำลังใช้ความคิด/ไตร่ตรอง)
- Have
- Stative I have a cat. (มี/ครอบครอง)
- Active I am having dinner. (กิน)
📝 Workshop Stative Verb Challenge
ลองทดสอบดูว่าคุณสามารถแยกแยะกริยาที่เติม -ing ได้และกริยาที่ต้องคงรูปเดิมได้ถูกต้องหรือไม่ครับ
🧪 Stative Verb Challenge
เลือกรูปกริยาที่ถูกต้องตามลักษณะของคำกริยาแต่ละประเภทครับ
* ลิงก์ไปยัง Lazada — ราคาและโปรโมชั่นอาจเปลี่ยนแปลงได้
